งานหลังบ้านเบาลงธุรกิจคุณไปต่อได้

AI ERP ช่วยอ่านเอกสาร เตรียมข้อมูล และสรุปงาน ให้ทีมคุณตรวจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างจำลองการทำงาน

เริ่มจากเอกสารที่คุณมี

รับใบสั่งซื้อ พร้อมเก็บต้นฉบับไว้ตรวจสอบ

AI ERP คืออะไร

ข้อมูล งาน และคนทำงานต่อกันได้

ERP รวมข้อมูลธุรกิจ เช่น การขาย สต็อก และบัญชีไว้ในระบบเดียว ส่วน AI เพิ่มความสามารถในการอ่าน สรุป และช่วยดำเนินงานจากข้อมูลนั้น ความสามารถของแต่ละผลิตภัณฑ์จึงต่างกันตามข้อมูล เครื่องมือที่เชื่อม และสิทธิ์ที่อนุญาต

เริ่มจากงานที่คุ้นเคย

ให้ AI ช่วยงานซ้ำคืนเวลาให้ทีม

ตัวอย่างงานที่ควรนำไปทดลองกับระบบจริง ก่อนตัดสินใจเลือกใช้

DOCUMENTS

เอกสารกองเดิม ใช้เวลาน้อยลง

ให้ AI ช่วยอ่านและเตรียมรายการจากเอกสาร ทีมตรวจความถูกต้องก่อนนำไปใช้งาน

จากใบสั่งซื้อ → รายการรอตรวจ
INVENTORY

เห็นสต็อก ก่อนตัดสินใจซื้อ

ใช้ข้อมูลคงเหลือและประวัติขายประกอบการตรวจสินค้าที่ควรเติม

จากข้อมูลสต็อก → รายการที่ต้องดู
BUSINESS INSIGHTS

จากตัวเลขหลายชุด สู่เรื่องที่ควรรู้

ช่วยสรุปข้อมูลขายและค่าใช้จ่าย พร้อมให้ย้อนดูข้อมูลต้นทางประกอบการตัดสินใจ

จากรายงาน → ประเด็นให้เจ้าของตรวจ
เลือกให้ตรงกับงาน

ERP, แชต AI และ AI ERPต่างกันตรงไหน

ดูจากสิ่งที่ต้องทำกับข้อมูลของคุณ ระบบ ERP บางตัวมี automation อยู่แล้ว และแชต AI บางตัวก็เชื่อมเครื่องมือได้

01

ERP

ข้อมูลที่ใช้
ข้อมูลธุรกิจในระบบ
งานที่ช่วยทำ
บันทึก จัดการ และทำตามกฎที่ตั้งไว้
ก่อนนำผลไปใช้
ตรวจสิทธิ์และความถูกต้องของรายการ
02

แชต AI ทั่วไป

ข้อมูลที่ใช้
ข้อมูลที่ส่งให้ หรือแหล่งที่เชื่อม
งานที่ช่วยทำ
ตอบ อธิบาย ช่วยร่างและสรุป
ก่อนนำผลไปใช้
ตรวจคำตอบและข้อมูลอ้างอิง
03

AI ERP

ข้อมูลที่ใช้
ข้อมูลธุรกิจที่ให้สิทธิ์เข้าถึง
งานที่ช่วยทำ
ช่วยเตรียม วิเคราะห์ หรือดำเนินงานผ่านเครื่องมือ
ก่อนนำผลไปใช้
ตรวจข้อมูล สิทธิ์ และขั้นอนุมัติของแต่ละงาน

ใช้เป็นแนวทางตั้งคำถามกับผู้ให้บริการ รายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ

ต่อจากสิ่งที่คุณใช้อยู่

เริ่มกับเครื่องมือเดิมทีละขั้นก็ได้

ลิสต์ก่อนว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน ใครใช้งาน และต้องการให้ไหลไปที่ใด แล้วเลือกระหว่างนำเข้าไฟล์กับเชื่อมระบบโดยตรง

Microsoft Excel

เริ่มตรวจโครงสร้างไฟล์และข้อมูลที่ต้องย้าย

Google Sheets

กำหนดตารางต้นทางและสิทธิ์การเข้าถึง

LINE

ระบุช่องทางรับคำขอและงานที่ต้องอนุมัติ

ตัวอย่างเครื่องมือที่ธุรกิจใช้ ไม่ใช่รายการรับรองการเชื่อมต่อทุกแพ็กเกจ ทีมจะตรวจ API รูปแบบข้อมูล และสิทธิ์ร่วมกับคุณก่อน

กำหนดสิทธิ์ให้ชัด

AI อ่านและแก้ไขข้อมูลส่วนไหนได้บ้าง

วางจุดอนุมัติ

งานไหนให้ช่วยเตรียม งานไหนต้องให้คนยืนยัน

ตรวจสอบย้อนหลัง

เก็บข้อมูลต้นทางและประวัติการทำงาน

แนวคิดนี้ ในแบบของ UPLIFT

รู้จัก Samoeทีม AI ข้างธุรกิจคุณ

Samoe คือผลิตภัณฑ์ที่ UPLIFT พัฒนาภายใต้แนวคิด Co-work Agent ERP ให้คนทำงานร่วมกับ AI บนข้อมูลธุรกิจ เริ่มจากการคุยถึงงานที่คุณอยากลด แล้วดูเดโมและขอบเขตที่รองรับร่วมกัน

นัดดูเดโม Samoeตรวจโมดูลและการเชื่อมต่อที่พร้อมใช้ในเดโมก่อนเลือกแพ็กเกจ
หน้าจอ Samoe Manager
หน้าจอ Samoe Manager
เริ่มเล็ก เห็นภาพชัด

เริ่มใช้ AI ERPจากหนึ่งงานก่อน

  1. 01

    เลือกงานและวัดจุดเริ่มต้น

    เลือกงานที่ทำซ้ำ บันทึกเวลาที่ใช้และปัญหาที่พบ เพื่อมีจุดเปรียบเทียบ

  2. 02

    ทดลองกับข้อมูลขอบเขตเล็ก

    ตรวจคุณภาพข้อมูล สิทธิ์ และผลลัพธ์กับคนที่ทำงานจริง ก่อนใช้งานกว้างขึ้น

  3. 03

    ประเมินผลแล้วค่อยขยาย

    ดูเวลาที่ลดลง ความถูกต้อง และงานแก้ไข แล้วตัดสินใจว่าจะเพิ่มงานใดต่อ

AI ERP ราคาเท่าไหร่?

ประเมินทั้งค่าสมาชิก โมดูล จำนวนผู้ใช้ การเชื่อมระบบ การย้ายข้อมูล และค่าการใช้ AI ขอขอบเขตและราคาปัจจุบันเป็นรายการ เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนรวมได้

ประเมินขอบเขตและค่าใช้จ่าย
สำหรับคนที่อยากรู้เบื้องหลัง

เข้าใจเทคโนโลยีโดยไม่ต้องเริ่มจากศัพท์

Agent Harness เกี่ยวกับ AI ERP อย่างไร

Agent คือ AI ที่ใช้เครื่องมือเพื่อช่วยทำงาน ส่วน Agent Harness คือโครงสร้างรอบตัวมัน เช่น เครื่องมือ สิทธิ์ บริบท และการตรวจผล AI ERP นำความสามารถเหล่านี้มาใช้กับงานบริหารธุรกิจ จำนวน agent เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าระบบเหมาะกับงานของคุณแค่ไหน

กรอบ L0–L4 ของ Samoe หมายถึงอะไร

นี่คือกรอบแนวคิดของ Samoe เพื่ออธิบายทิศทางผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่มาตรฐานรับรองอุตสาหกรรม: L0 ไม่มี AI, L1 สนทนา, L2 agent ช่วยทำงาน, L3 หลาย agent ทำงานร่วมกับคน และ L4 วิสัยทัศน์การประสานงานระดับองค์กร การเลือกใช้ควรดูเดโมและความสามารถจริงของแต่ละงานประกอบ

FAQ

คำถามก่อนเริ่มใช้งาน

เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ ก่อนเลือก AI ERP

ต้องเปลี่ยน ERP เดิมทั้งหมดไหม?

ขึ้นอยู่กับระบบเดิมและงานที่ต้องการปรับ บางงานเริ่มจากนำเข้าไฟล์หรือเชื่อม API ได้ บางงานต้องปรับกระบวนการหรือย้ายข้อมูล ควรตรวจข้อจำกัดของระบบเดิมก่อนวางแผน

AI ERP ต่างจากแชต AI อย่างไร?

AI ERP เน้นงานบริหารธุรกิจและข้อมูลในระบบ ส่วนแชต AI ทั่วไปเน้นการสนทนาและช่วยสร้างเนื้อหา ทั้งสองแบบอาจเชื่อมเครื่องมือได้ จึงควรดูว่างานใดทำได้จริง ใช้ข้อมูลอะไร และมีขั้นอนุมัติอย่างไร

AI ทำผิดได้ไหม แล้วใครต้องตรวจ?

AI อ่านเอกสารหรือสรุปข้อมูลผิดได้ ควรกำหนดผู้ตรวจและขั้นอนุมัติ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับเงิน สต็อก และข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเก็บเอกสารต้นทางเพื่อเทียบผล

ต้องเตรียมอะไรสำหรับการดูเดโม?

เตรียมตัวอย่างขั้นตอนทำงาน รายชื่อเครื่องมือที่ใช้อยู่ และเอกสารตัวอย่างที่ปิดข้อมูลอ่อนไหวแล้ว ระบุปัญหาที่อยากแก้และคนที่ต้องใช้ระบบ เพื่อให้เดโมตรงกับงานของคุณ

ข้อมูลธุรกิจจะถูกนำไปใช้อย่างไร?

ควรถามผู้ให้บริการเรื่องที่จัดเก็บข้อมูล ผู้ให้บริการ AI ที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขการใช้ข้อมูลเพื่อฝึกโมเดล สิทธิ์เข้าถึง การเก็บประวัติ และวิธีลบหรือส่งออกข้อมูล ตรวจเงื่อนไขของแพ็กเกจที่เลือกก่อนใช้งาน

รองรับ e-Tax, PromptPay และบัญชีไทยไหม?

ต้องตรวจเป็นรายผลิตภัณฑ์และโมดูล ขอให้ผู้ให้บริการสาธิตรูปแบบเอกสารและขั้นตอนที่ธุรกิจต้องใช้ รวมถึงขอบเขตการเชื่อมต่อ การมี AI ไม่ได้ยืนยันว่ารองรับทุกงานบัญชีหรือทุกมาตรฐานภาษี

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มได้?

ขึ้นอยู่กับความพร้อมของข้อมูล จำนวนระบบที่ต้องเชื่อม และขอบเขตงาน เริ่มจากทดลองงานเล็กหนึ่งงาน แล้วกำหนดแผนย้ายข้อมูลและขยายการใช้งานตามผลที่พบ

LET’S FIND YOUR FIRST STEP

งานไหนของคุณควรให้ AI ช่วยก่อน?

เล่าให้เราฟังว่าทีมเสียเวลากับอะไร เราช่วยดูว่าเริ่มตรงไหนได้บ้าง

คุยกับทีม UPLIFT